ตอนที่ 81 – 87 หรูอี้ จอมนางเคียงบัลลังก์ (Ruyi’s Royal love in the palace 2018) พากย์ไทย

หรูอี้จ้วนRuyi’s royal love in the palace(如懿传) 

เป็นซีรีย์สร้างจากนิยายของหลิวเลี่ยนจื๋อผู้เขียนเจินหวนจอมนางคู่แผ่นดิน ซีรีย์นี้ยังเป็นภาคต่อของเจินหวน(ใครยังไม่ดูเจินหวนแนะนำให้ดูค่ะคือที่สุดของเล่ห์กลในวังหลัง)โดยหรูอี้จ้วนจะเป็นรุ่นลูกของเจินหวนซึงเกิดในรัชสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง โดยกล่าวถึงเรื่องราวความรักของจักรพรรดินีจี้ฮองเฮาองค์ที่2กับจักรพรรดิเฉียนหลงท่ามกลางการชวงชิงอำนาจของสนมในวังหลังนางและฮ่องเต้ต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆมากมายมีทั้งน้ำตาและรอยยิ้มปะปนกันไปจนในที่สุดได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮางองค์ที่2อยู่จุดสูงสุดของสตรีในแผ่นดินและใจของสามี แต่กาลเวลาเปลี่ยนใจคนเปลี่ยนความรักที่สามีมีให้กลับจืดจางขมขื่น บรรดาสนมที่ต้องการล่มนางและความเหินห่างจากสามีทำให้นางเบื่อหน่ายการเป็นฮองเฮาจนได้ทำเรื่องผิดประเพณี(ตัดผมชาวแมนจูจะตัดผมเมื่อตอนพ่อแม่หรือสามีตายเท่านั้น)ในที่สุดนางกลับต้องโดดเดี่ยวในตำหนักแม้จะหวนระลึกถึงวันเก่าอันสวยงามแต่ก็เป็นเพียงเวลาที่ไม่มีวันกลับ ในวาระสุดท้ายของชีวิตนางจากไปโดยไร้คู่ฝังไร้ยศฐา……

 

 

รีวิว หรูอี้ จอมนางเคียงราชันย์
ผู้เขียน – ลิ่วเหลียนจื่อ ผู้เขียน เจินหวน
สำนักพิมพ์ – สยามอินเตอร์ พับลิชชิ่ง
(ถึงแม้ว่าจะเป็นภาคต่อของเรื่องเจินหวน แต่เป็นเรื่องที่เขียนเป็นภาคต่อจากเรื่องเจินหวนฉบับซีรีย์ ดังนั้นถ้าเอาไปอ่านเทียบกับเรื่องเจินหวนฉบับนิยายจะงงเป็นไก่ตาแตก)
จากเกร็ดในหน้าบันทึกประวัติศาสตร์ที่กล่าวเพียงว่า “หวงโฮ่วสกุลอูลาน่าลา ตัดผมตนเอง และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงถูกปลดเป็นจี้หวงโฮ่ว (หวงโฮ่วที่ถูกปลดภาระหน้าที่ แต่ไม่ได้ปลดจากตำแหน่ง)” ซึ่งจากจุดเล็กๆนั้น ผู้เขียนได้ถักทอร้อยเรื่องเรื่องราวออกมาได้อย่างน่าสนใจ
ซึ่งตอนแรกจะเท้าความถึงตอนเหตุการณ์สวรรคตของจักรพรรดิยงเจิ้ง หลังจากนั้นจึงเป็นการขึ้นครองราชย์ของ จักรพรรดิเฉียนหลง รวมถึงการขึ้นเป็นหวงโฮ่วของ ฟู่ฉาหลางฮว่า ผู้เป็นชายาเอก ขณะที่ชายารอง อย่างอูลาน่าลา ชิงอิง ได้รับการอวยยศเป็นเสียนเฟย แต่เนื่องจากชิงอิงนั้นเป็นหลานสาวของฮองเฮาพระอง์ก่อนที่ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ทำให้นางไม่เป็นที่เคารพยำเกรงดังก่อนเก่า ทำให้ถูกกลั่นแกล้งสารพัดจากเหล่าสนมที่ไม่ได้ชอบหน้าเป็นทุนเดิม แต่อะไรก็ไม่ร้ายกว่าการถูกแทงข้างหลัง ชิงอิงถูกอารั่ว บ่าวคนสนิทใส่ความว่าใช้อุบายสังหารองค์ชายน้อยถึงสองพระองค์ สวามีที่เคยคิดว่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายกลับยื่นคำสั่งขังนางในตำหนักเย็นถึงสามปี ซึ่งระยะเวลาสามปีนั้นนอกจากลำบากกายเพราะถูกตามกลั่นแกล้ง ยังได้รับรู้ความจริงว่า ฮองเฮาที่นางรักใคร่ดั่งพี่น้อง ก็ทำร้ายนางอย่างเลือดเย็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ในเมื่อสวามีเพิกเฉยเช่นนี้ มีทางเดียวคือใช้ความสามารถของตนเองหลุดพ้นไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้ ต่อมาชิงอิงที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น หรูอี้ ได้ออกมาจากตำหนักเย็นได้สำเร็จ ได้พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากมาย อารั่วบ่าวขายนายนางนั้นบัดนี้ปีนขึ้นแท่นบรรทมของสวามีนาง ได้รับความโปรดปรานสูงสุด ของรางวัลไม่ขาด พลิกป้ายชื่อถวายงานยามค่ำคืนไม่เว้นวัน ทว่าเบื้องหลังความโปรดปรานนั้นไม่ต่างจากขนมหวานเคลือบยาพิษ บ่าวน่าตายนี้ทำกับหรูอี้ไว้เช่นไร นางได้รับผลกรรมเจ็บแสบไม่ยิ่งหย่อนจนตายตกไปตามกัน เสียดายที่ไม่อาจสาวถึงต้นตอด้วยผู้อยู่เบื้องหลังนั้นสำคัญต่อบัลลังก์มังกรอย่างยิ่งยวด หรูอี้จำต้องรามือ จากนั้นไม่นาน คนที่เป็นศัตรูกับนางก็ล้มหายตายจากไปทีละคน อย่างฮุ่ยกุ้ยเฟยผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับหรูอี้มานาน กระทั่งฮองเฮาที่ทำเรื่องร้ายต่างๆมากมาย จนตัวเองก็ต้องสูญเสียลูกชายไปถึงสอง และแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง
งานศพของฮองเฮาถูกจัดอย่างสมพระเกียรติ ทว่าเบื้องลึกเบื้องหลังนั้นกลับมีคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้นมากมาย เหล่าสนมหมายตำแหน่งฮองเฮา เหล่าองค์ชายหมายตำแหน่งรัชทายาท แต่ก็ต่างถูกวางกลอุบายจนพ่ายแพ้ หมดสิทธิ์เอื้อมถึงตั่งหงส์บัลลังก์มังกรไปไม่น้อย จนกระทั่งหรูอี้ได้รับการสถาปนาเป็นฮองเฮาคนที่สอง ซึ่งความจริงเรื่องราวน่าจะจบลงได้แค่นั้น แต่ว่ามันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของจุดจบของความรักของทั้งคู่ ผู้ชายที่เคยบอกรักนางอยู่ทุกวันกลับหลงรักสนมใหม่จากแดนไกล ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นานวันยิ่งห่างเหิน เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและคราบน้ำตา หรูอี้ยอมแพ้ต่อโชคชะตาอีกครั้งเมื่อสวามีลงมือทำร้ายนางอย่างเลือดเย็น ตัดสินใจทำเรื่องผิดต่อธรรมเนียมของต้าชิงโดยการตัดผมตนเองตัดสัมพันธ์กับคนที่เคยรักมากสุดหัวใจ โดยไม่แยแสว่าผู้คนหรือแม้กระทั่งฮ่องเต้จะกล่าวหาว่านางวิปลาสหรืออกตัญญูเพียงใดก็ตาม
เป็นเรื่องที่มักจะหยิบเอามาอ่านบ่อยๆเสมอ อาจจะเพราะเสพติดความหน่วง ความรู้สึกเศร้า และไม่เข้าใจว่าทำไมพระเอกไม่เป็นอย่างที่เราวาดหวัง การที่จะรักและถนอมน้ำใจผู้หญิงคนหนึ่งที่รักตัวเองมันยากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ? พออ่านไปอ่านมาก็รู้สึกว่าเข้าใจตัวฮ่องเต้ในเรื่อง เขาอยู่กับความหวาดระแวงมาทั้งชีวิต ไทเฮาในเรื่องก็เพียงต้องการใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่ออำนาจ เหล่านางสนมพะเน้าพะนอเขาเพราะผลประโยชน์ มันเลยทำให้เขาไม่เชื่อใจใครแม้กระทั่งคนที่รักเขามากที่สุด เพราะเขาแยกไม่ได้และไม่แน่ใจว่าคนที่เข้าหานั้นมาด้วยความรักความจริงใจหรือเปล่า นานวันเข้ามันเริ่มกลายเป็นนิสัยประจำตัว จนถูกยั่วยุปลุกปั่นได้ง่าย จนสุดท้ายก็ผลักไสคนที่ตัวเองรักจนไม่เหลือใครสักคน
นิยายเรื่องนี้ไม่ได้สอนหลักการครองเรือน แต่สอนเรื่องสัจธรรมความรักนั้นเป็นเฉกเช่นดังดอกไม้ มีช่วงผลิดอกตูม เบ่งบานเต็มที่ส่งกลิ่นหอมกำจายถึงขีดสุดก็ร่วงโรย โดยเฉพาะถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้ยืนอยู่เหนือผู้อื่น อีกอย่างเรื่องนี้มีคนเคยบอกว่า เป็นบันทึกของผู้พ่ายแพ้…ไม่ผิดนัก หรูอี้พ่ายแพ้จริงๆ พ่ายแพ้เพราะรัก พ่ายแพ้เพราะเชื่อใจ พ่ายแพ้เพราะมีเศษเสี้ยวความหวังลมๆแล้งๆว่าคนที่ตัวเองรักจะไม่มีวันเปลี่ยนไป แต่เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดังหวัง ความรักใคร่ที่เคยมีก็ค่อยๆชืดชา ชีวิตในช่วงสุดท้ายถูกพันธนาการด้วยตำแหน่งภรรยาเอกตามกฎมณเทียรบาล และสุดท้ายก็เลือกที่จะตัดโซ่ตรวนที่พันธนาการออกด้วยชีวิตของตนเอง
นอกจากนี้ยังเรื่องราวสตรีในวังที่ต่างก็ประสบชะตากรรมที่แตกที่มา ต่างสาเหตุ พวกนางเหล่านั้นบ้างทำเพื่อนรัก บ้างทำเพื่อแผ่นดินเกิด บ้างทำเพื่อบุตร บ้างทำเพื่อตัวเอง สุดท้ายสิ่งที่ทำมาทั้งหมดล้วนว่างเปล่า ไม่มีใครเป็นผู้ชนะที่แท้จริง
(Visited 31314 times, 296 visits today)

You might be interested in