ตำนานรักมัจฉาสวรรค์ (Mermaid Legend) 1- 27 จบ

เพราะความใสซื่อแสนซนแท้ ๆ ทำให้ภารกิจตามหาของบรรณาการแบบเทพมังกรของมัจฉาน้อยวุ่นวายไปทั่วแผ่นดิน ผืนน้ำ แถมยังสั่นสะเทือนไปถึงหัวใจบัณฑิตหนุ่มแสนดีอีกด้วย ตำนานรักมัจฉาสวรรค์ (MERMAID LEGEND)

กำกับ: อู๋จิ่นหยวน, เฉินกั๋วหัว, หวงจิ่นเถียน
เขียนบท: เติ้งจื่อซาน
แนวละคร: โรแมนติก, แฟนตาซี, อิงตำนาน
จำนวนตอน: 32 / 35

เรื่องย่อ ตำนานรักมัจฉาสวรรค์ (Mermaid Legend)

* เนื้อหาโดย luvasianseries
ละคร “ตำนานรักมัจฉาสวรรค์ (Mermaid Legend)” ดัดแปลงมาจากบท “อุปรากรจีน” หรือ “งิ้้ว” ในสมัยศตวรรษที่ 16 เรื่อง “จุยอวี๋” (追鱼) เนื้อหากล่าวถึงตำนานความรักระหว่างนางมัจฉากับบัณฑิตหนุ่ม ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคและความยากลำบากนานัปการกว่าจะได้ครองรักกันในที่สุด

เรื่องราวในละครเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “หงหลิง” นางมัจฉา (ปลาหลี่อวี๋) ใสซื่อที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรขโมยขลุ่ยของบัณฑิตหนุ่มวัย 18 ปีนามว่า “จางเจิน” หมายนำไปเป็นของขวัญวันเกิดให้ “พญามังกร” ครั้นพอถูก “ท่านปู่เต่า” และอาจารย์หญิง “เสอจิง” ตำหนิที่ขโมยของคนอื่นเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญวันเกิดท่านพญามังกร หงหลิงจึงแปลงกายเป็นมนุษย์แล้วขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านประมงเล็กๆ แห่งหนึ่งเพื่อนำขลุ่ยไปคืนจางเจินและสรรหาของขวัญวันเกิดชิ้นใหม่ให้พญามังกร

หลังคืนขลุ่ยให้จางเจินแล้ว  หงหลิงก็ขอคำแนะนำเรื่องของขวัญสำหรับผู้สูงวัย (อายุหมื่นปี)  จางเจินเลยแนะให้หงหลิงเลือกของขวัญที่มีสีแดงเพื่อความเป็นมงคล ทั้งคู่คุยกันได้ไม่นานเด็กชาย “เสี่ยวไห่” ก็วิ่งมาขอความช่วยเหลือจากจางเจินโดยบอกว่า “เฉินหรงกุ้ย” กล่าวหาพ่อของตนว่าขโมยเบ็ดตกปลา ทั้งที่เบ็ดไม้ไผ่คันดังกล่าวเป็นเครื่องมือทำมาหากินของพ่อตน จางเจินจึงรีบตามเสี่ยวไห่ไปยังที่ว่าการอำเภอ เมื่อเฉินหรงกุ้ยยืนกรานว่าเบ็ดคันดังกล่าวเป็นของตน จางเจินจึงใช้ปัญญาช่วยเจ้าหน้าที่ทางการไต่สวนและคืนความเป็นธรรมให้พ่อของเสี่ยวไห่ได้ในที่สุด แต่นั่นก็ทำให้เฉินหรงกุ้ยเคียดแค้นและคิดเอาคืนจางเจิน

มื่อจางเจินแวะไปที่ร้านน้ำชาก็ได้ยินว่าในหมู่บ้านมีขโมยออกอาละวาด โดยจะเลือกขโมยแต่เสื้อผ้าข้าวของที่มีสีแดงทั้งๆ ที่ของเหล่านั้นล้วนเก่าเก็บและไม่มีราคา แถมยังทิ้งไข่มุกล้ำค่าเอาไว้ให้ดูต่างหน้าอีกด้วย  จางเจินเห็นหงหลิงถือเสื้อผ้าข้าวของสีแดงวิ่งหนีชาวบ้านต่อหน้าต่อตาจึงรีบเข้าไปขวางชาวบ้านและอธิบายว่าหงหลิงแค่ต้องการแลกเปลี่ยนสิ่งของ ไม่ได้ตั้งใจขโมย หงหลิงเห็นว่าขาของตนกำลังจะกลับกลายเป็นหางปลาเลยรีบกระโจนลงน้ำ “จางเหวินเสียง” พ่อของจางเจินเห็นดังนั้นจึงขอให้ชาวบ้านกระโดดลงไปช่วยแต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของเธอ เมื่อจางเจินกับพ่อกลับบ้านก็พบ จินรั่วหลาน” กำลังเก็บกวาดบ้านซึ่งอยู่ในสภาพเละเทะ พอรู้ว่าเฉินหรงกุ้ยพาสมุนบุกมาทำลายข้าวของตอนที่ตนไม่อยู่ จางเจินจึงคิดที่จะไปร้องเรียนทางการแต่ถูกพ่อห้ามไว้ เพราะไม่อยากให้มีเรื่องบาดหมางมากไปกว่านี้

ท่านปู่เต่าเห็นของที่หงหลิงนำมุกไปแลกมาเป็นของขวัญให้พญามังกรแล้วรู้สึกหนักใจเพราะมีแต่ของใช้เด็กและผู้หญิง เขาจึงบอกให้หงหลิงไปหาของขวัญสำหรับผู้ชายมาใหม่ เมื่อหงหลิงแอบไปที่บ้านจางเจินในตอนกลางคืนแล้วได้ยินสองพ่อลูกพูดคุยกันเรื่องความเป็นมาของพู่กันที่ถูกเก็บรักษาไว้ในกล่องเป็นอย่างดี (เป็นของที่พ่อจางเจินได้เป็นของขวัญจากอาจารย์เมื่อนานมาแล้ว) หงหลิงจึงคิดที่จะนำพู่กันเล่มดังกล่าวไปเป็นของขวัญให้พญามังกร เมื่อจางเจินรู้ว่าพู่กันของพ่อหายไป เขาก็เดาออกว่าเป็นฝีมือหงหลิง นอกจากพู่กันของพ่อจางเจินแล้ว หงหลิงยังขโมยพัดของเสนาบดี จินฉ่ง” (ซึ่งเพิ่งเดินทางมาที่หมู่บ้านดังกล่าว) อีกด้วย

จางเจินร่วมมือกับ “ถังซิน”  วางแผนหลอกล่อและจับตัวหงหลิงเอาไว้ หงหลิงเพิ่งรู้ว่าการหยิบของๆ คนอื่นไปโดยไม่ขออนุญาตเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ถึงแม้เธอจะนำมุกและเปลือกหอยมาแลกเปลี่ยนก็ตาม จางเจินเชื่อว่าหงหลิงไม่มีเจตนาขโมยของเลยแนะให้เธอนำของทั้งหมดไปคืน ทั้งยังรับปากว่าจะช่วยเธอหาของขวัญวันเกิด หงหลิงดีใจมากเลยรีบนำของไปคืนชาวบ้านโดยมีจางเจินกับถังซินตามไปเป็นเพื่อน เนื่องจากหงหลิงแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ในเวลาจำกัด เธอจึงหาข้ออ้างเพื่อปลีกตัวมาอยู่ตามลำพังแล้วมองหาแหล่งน้ำเพื่อลงไปแช่ตัวก่อนที่จะกลายร่างเป็นปลา แต่เธอไปที่แม่น้ำไม่ทันเลยติดอยู่ในแอ่งน้ำตื้นๆ เมื่อจางเจินมาตามหาหงหลิงแล้วพบปลาสีแดงตัวหนึ่ง (ปลาหลี่อวี๋) ติดอยู่ในแอ่งน้ำ เขาเลยช่วยนำปลาไปปล่อยในแม่น้ำโดยไม่รู้ว่าปลาตัวดังกล่าวคือหงหลิง

เมื่อจางเจินกลับมาที่บ้านก็พบว่าหงหลิงนำกล่องไม้มาวางคืนไว้ให้ ครั้นพ่อของจางเจินเปิดกล่องออกดูกลับพบว่าภายในไม่ใช่พู่กันแต่เป็นพัดของเสนาบดีจินซึ่งเคยรักใคร่และนับถือกันดุจพี่น้อง (หงหลิงคืนของสลับกัน) หลังเสนาบดีจินได้กล่องไม้ที่ภายในมีพู่กันและเห็นข้อความที่สลักอยู่บนด้าม เขาจึงเดินทางไปพบเหวินเสียงที่บ้านสกุลจาง จางเจินไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อของตนกับเสนาบดีจินเป็นพี่น้องร่วมสาบาน แถมน้ารั่วหลาน (ซึ่งเป็นเพื่อนกับแม่จางเจิน และคอยดูแลจางเจินมาตั้งแต่เด็กๆ หลังจากแม่จางเจินตาย) ยังเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเสนาบดีจินอีกด้วย หงหลิงมาหาจางเจินที่บ้านหมายชวนเขาออกไปหาของขวัญตามสัญญา แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าที่บ้านจางเจินมีแขกคนสำคัญเขาเลยออกไปข้างนอกกับเธอในตอนนี้ไม่ได้  จางเจินยืนยันว่าตนจะพาหงหลิงไปหาของขวัญแน่แต่ขอสะสางเรื่องค้างคาใจก่อน หงหลิงจึงได้แต่รออย่างร้อนใจ

รั่วหลานเล่าเรื่องในอดีตที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนให้จางเจินฟัง โดยบอกว่าสมัยหนุ่มๆ พ่อของจางเจินกับเสนาบดีจินเคยสนิทสนมกันมาก่อน ทั้งยังสอบขุนนางพร้อมกัน แถมภรรยาของทั้งคู่ยังตั้งท้องในเวลาไล่เลี่ยกันอีกด้วย สองครอบครัวจึงตกลงกันว่าถ้าเด็กเกิดมาเป็นเพศเดียวกันจะให้สาบานเป็นพี่น้อง แต่ถ้าเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งจะให้แต่งงานกัน ปรากฏว่าเสนาบดีจินมีลูกสาวชื่อ “จินมู่ตัน” (จินโบตั๋น) จางเจินกับลูกสาวเสนาบดีจินจึงเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันตั้งแต่อยู่ในท้อง ถังซินได้ยินดังนั้นก็โมโหหึงจึงโทษว่าเป็นความผิดของหงหลิงที่ซี้ซั้วขโมยของทำให้เสนาบดีจินตามมาถึงที่นี่ ขณะอยู่ในห้องตามลำพังเสนาบดีจินถามจางเหวินเสียงว่ามีบุคคลที่สามล่วงรู้ความลับเรื่องที่ตนเคยกระทำความผิดร้ายแรงในอดีตหรือไม่ เหวินเสียงยืนยันว่าตนไม่คิดที่จะเปิดโปงเขาเลยไม่ได้บอกใคร ถึงกระนั้นเสนาบดีจินก็ยังคงมีสีหน้ากังวล ขณะที่เสนาบดีจินกำลังจะเดินทางกลับ ถังซินก็รีบเข้าไปถามเรื่องการแต่งงานระหว่างจางเจินกับลูกสาวของเสนาบดีจิน พ่อจางเจินแย้งว่าจะไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น แต่เสนาบดีจินกลับยืนยันว่าตนจะทำตามสัญญา

เมื่อถูกหงหลิงรบเร้าให้พาไปหาของขวัญ จางเจินจึงชี้ว่าผู้สูงอายุที่เป็นเจ้าของวันเกิดคงมีทุกอย่างเพียบพร้อมแล้ว สิ่งของจึงไม่สำคัญเท่าความรักที่จริงใจ หลังจางเจินแนะนำว่าควรให้ผ้าแพรสีแดงเป็นขวัญ หงหลิงจึงลงไปปรึกษาท่านปู่เต่าที่ใต้มหาสมุทรซึ่งท่านปู่เต่าเองก็เห็นด้วย เพื่อให้หงหลิงตามหาผ้าแพรสีแดงที่เปี่ยมไปด้วยความรักที่จริงใจได้ง่ายขึ้น (พญามังกรมีจิตสัมผัสจึงสามารถล่วงรู้เรื่องราวและที่มาของสิ่งต่างๆ) ท่านปู่เต่าจึงมอบหอยมุกวิเศษให้หงหลิง โดยบอกว่ามุกที่อยู่ภายในหอยจะเปล่งแสงสีแดงจ้าเมื่ออยู่ใกล้คู่รักที่รักกันอย่างจริงใจ แต่ถ้าอยู่ใกล้คนที่ไม่รักกันมุกจะเปล่งแสงเป็นสีน้ำเงิน หลังเดินหาทั้งวันแต่ไม่พบรักแท้ หงหลิงก็เริ่มรู้สึกท้อใจ แต่แล้วอยู่ๆ หอยมุกก็เปล่งแสงสีแดงจ้า เมื่อหงหลิงมองไปรอบๆ ก็พบพ่อของจางเจินกำลังเดินเคียงข้างรั่วหลาน

ถังซินยุให้จางเจินจัดงานแต่งงานให้พ่อกับรั่วหลานเพราะเห็นว่าทั้งคู่รักและร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน ที่สำคัญหากทั้งคู่แต่งงานกันหงหลิงก็จะได้กลับบ้านพร้อมผ้าแพรแดงและไม่ต้องมาเกาะแกะจางเจินอีก จางเจินจึงรบเร้าให้พ่อขอรั่วหลานแต่งงาน เมื่อรั่วหลานตอบตกลงบ้านสกุลจางก็เตรียมจัดงานมงคลในวันรุ่งขึ้น  แต่จางเจินเกิดมีเรื่องกับคู่ปรับตลอดกาลอย่างเฉินหรงกุ้ยซึ่งมาก่อกวนที่ร้านเถ้าแก่หม่า เฉินหรงกุ้ยเลยตามมาชำระแค้นจางเจินที่บ้าน เมื่อพบว่าจางเจินไม่อยู่ เฉินหรงกุ้ยจึงให้ลูกน้องรุมทำร้ายพ่อของจางเจินและคนส่งขนมงานแต่งที่บังเอิญมาเห็นเหตุการณ์พอดี แถมยังทำลายข้าวของที่จัดเตรียมไว้สำหรับงานแต่งงานอีกด้วย

เมื่อจางเจินมาถึงบ้านก็พบว่าพ่อและคนส่งขนมเสียชีวิตแล้ว ถึงกระนั้นงานแต่งงานยังคงถูกจัดขึ้นตามกำหนดเดิมเพราะรั่วหลานยืนกรานว่าจะเข้าพิธีกับศพของเหวินเสียง หลังจากนั้นรั่วหลานก็รับปากว่าจะคอยดูแลจางเจินในฐานะแม่ หลังจางเจินคารวะพ่อเป็นครั้งสุดท้ายก่อนให้คนนำร่างพ่อไปฝังตามธรรมเนียม เขาบังเอิญพบว่ามีเข็มเงินฝังอยู่ในหัวของพ่อ ในตอนนั้นเฉินหรงกุ้ยกับลูกน้องถูกนายอำเภอจับขังคุกเพื่อรอการไต่สวน แต่จางเจินสงสัยว่าคนอย่างเฉินหรงกุ้ยไม่น่ารู้วิธีใช้เข็มเงินฆ่าคน ขณะนั่งอยู่ในร้านน้ำชาของ (ญาติ) ถังซิน เขาพยายามวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ถังซินกับหงหลิงฟัง โดยไม่รู้ว่า “จั่นฟง” ซึ่งนั่งดื่มน้ำชาอยู่ที่โต๊ะข้างๆ กำลังนั่งฟังด้วยความสนใจ เมื่อได้ยินว่าเฉินหรงกุ้ยจะถูกประหารในวันรุ่งขึ้น จางเจินก็รีบรุดไปที่อำเภอแต่กลับพบว่านายอำเภอไม่อยู่ หงหลิงอยากช่วยจางเจินสืบคดีให้ชัดแจ้ง แต่ท่านปู่เต่ามาตามตัวเธอกลับโลกบาดาลไปเสียก่อน

วันรุ่งขึ้นจางเจินบุกไปที่ลานประหารเพื่อขอให้นายอำเภอสอบสวนคดีใหม่เพราะสงสัยว่าเฉินหรงกุ้ยและลูกน้องไม่ใช่มือสังหาร  แม้จางเจินจะนำเข็มเงินที่คนร้ายใช้เป็นอาวุธมาเป็นหลักฐานยืนยัน แต่นายอำเภอกลับไม่สนใจและสั่งประหารเฉินหรงกุ้ยกับลูกสมุนทันที นับว่ายังโชคดีที่จั่นฟงเข้ามาขัดขวางทันเวลา เมื่อนายอำเภอสั่งให้ลูกน้องจับจั่นฟงโทษฐานที่บังอาจขัดขวางการประหาร จั่นฟงก็ชูป้ายประจำตัวพลางประกาศว่าตนคือองครักษ์ขั้นสี่ประจำเมืองหลวงนามว่า…จั่นฟง นายอำเภอได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเข่าอ่อนและยอมพิจารณาคดีใหม่ ที่แท้จั่นฟงตามรอยฆาตกรที่เข่นฆ่าผู้คนมากมายในเมืองหลวงจนมาถึงที่นี่และได้ยินเรื่องราวของพ่อจางเจิน  เขาสงสัยว่าฆาตกรคนดังกล่าวอาจถูกใครบางคน (จากเมืองหลวง) ว่าจ้างให้มาสังหารพ่อของจางเจิน เพราะฆาตกรคนที่ว่ามีความเชี่ยวชาญในการใช้เข็มเงิน หลังพบเบาะแสคนร้ายจั่นฟงจึงรีบออกเดินทาง ก่อนไปเขาแนะให้จางเจินตามตนไปเมืองหลวงเพราะเสียดายความสามารถ เมื่อจางเจินขอคิดดูก่อนจั่นฟงจึงบอกว่าจะรออยู่ที่เมืองหลวง

ระหว่างมุ่งหน้าไปที่วังมังกร ท่านปู่เต่าเตือนให้หงหลิงอยู่ห่างจากมนุษย์และไม่ควรยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่หงหลิงสงสารและอยากกลับไปช่วยจางเจิน ท่านปู่เต่าจึงบอกว่าทำภารกิจเสร็จแล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกที เมื่อมาถึงหน้าประตูมังกรซึ่งมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากทั้งคู่จึงว่ายทวนน้ำฝ่าเข้าไป ในตอนนั้นมีปลาหลี่อวี๋จำนวนมากว่ายน้ำแซงทั้งคู่เพื่อกระโดดข้ามประตูมังกร (มีตำนานเหล่าขานว่า  “ปลาหลี่อวี๋” ที่ว่ายทวนกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากแล้วกระโดดข้ามประตูมังกรไปได้จะกลายเป็นมังกร) ท่านปู่เต่าเห็นว่าประตูมังกรกำลังจะปิดจึงบอกให้หงหลิงรีบกระโดดข้ามประตูมังกรแต่ก็สายเกินไป

เจ้าชายมังกร (ซึ่งหลงรักหงหลิง) อยากให้หงหลิงกระโดดข้ามประตูมังกรเพื่อจะได้กลายเป็นมังกรและแต่งงานกับตน จึงพาหงหลิงไปเข้าเฝ้าพระบิดา (พญามังกร) เพื่อมอบของขวัญวันเกิดและขอโอกาสให้หงหลิง แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังคาด เพราะหลังจากพญามังกรได้รับผ้าแพรแดง (ที่ใช้ในพิธีแต่งงานของจินรั่วหลานกับจางเหวินเสียง) เขาก็เห็นภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดกับคู่บ่าวสาวทำให้รู้สึกเจ็บปวดใจ และนั่นก็ทำให้หงหลิงถูกนำตัวไปคุมขัง หงหลิงอาสากลับไปนำผ้าแพรแดงผืนใหม่มาให้เพื่อเป็นการไถ่โทษ โดยบอกว่าเธอจะทำให้จางเจินลูกชายของจางเหวินเสียงได้แต่งงานกับมู่ตัน (โบตั๋น) เพราะทั้งคู่หมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในท้อง (และจะนำผ้าแพรแดงที่ใช้ในงานแต่งของทั้งคู่มามอบให้พญามังกร) พญามังกรได้ยินดังนั้นก็ยอมให้เธอกลับไปยังโลกมนุษย์ เจ้าชายมังกรขอร้องพระบิดาให้มอบโอกาสข้ามประตูมังกรแก่หงหลิงหากเธอทำภารกิจนี้สำเร็จซึ่งพญามังกรก็ยอมรับปากแต่โดยดี

หลังจั่นฟงเขียนจดหมายมาบอกว่าตอนนี้คนร้ายอยู่ในเมืองหลวงจึงอยากให้จางเจินตามไปช่วยไขคดี จางเจินกับรั่วหลานก็รีบเดินทางเข้าเมืองหลวงทันทีโดยมีถังซินติดตามไปด้วย อีกด้านหนึ่งเสนาบดีจินได้สั่งให้ลูกสมุนที่เป็นนักฆ่าสังหารลูกน้องคนหนึ่งเพื่อเป็นการปิดปากหลังทำงานให้แล้วเสร็จ  (หนึ่งในนักฆ่าคือพ่อบ้านของเสนาบดีจิน) เมื่อไปถึงเมืองหลวงรั่วหลานก็พาทุกคนไปที่จวนของเสนาบดีจิน นึกไม่ถึงว่า “ฮูหยินจิน” พี่สะใภ้ของรั่วหลานไม่เพียงไม่ต้อนรับ ซ้ำยังพูดจาดูถูกเหยียดหยาม และไม่ยอมรับจางเจินในฐานะคู่หมั้นของลูกสาวตน โชคดีที่จั่นฟงต้อนรับทุกคนดุจญาติมิตรและช่วยจัดหาที่พักให้

หงหลิงตามจางเจินไปที่เมืองหลวงหมายทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง ท่านปู่เต่าจึงพาหงหลิงไปฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์เหยียนฟูจื่อ (ซึ่งเป็นอาจารย์ของพ่อจางเจินด้วย) จางเจินได้ยินว่ามู่ตัน (โบตั๋น) กำลังแจกจ่ายอาหารให้คนยากไร้จึงชวนถังซินไปดูหน้าตาหญิงสาวที่หมั้นหมายกับตนตั้งแต่อยู่ในท้อง เพียงครั้งแรกที่พบมู่ตัน (โบตั๋น) จางเจินก็รู้สึกประทับใจ หลังแจกจ่ายอาหารแล้วมู่ตัน (โบตั๋น) ก็แวะไปไหว้พระโพธิสัตว์เพื่อขอพรให้ได้เป็นพระชายา จั่นฟงได้ยินมู่ตัน (โบตั๋น) อธิษฐานขอให้สมปรารถนา จึงเข้ามาอธิษฐานข้างๆ และขอให้เธอสมหวัง มู่ตัน (โบตั๋น) ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วจั่นฟงคือองค์ชายจึงไม่อยากเสวนาด้วย ผิดกับจั่นฟงที่รู้สึกดีกับเธอ

จางเจินมาเฝ้าหน้าโรงเรียนของอาจารย์เหยียนเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ แต่อาจารย์เหยียนกลับปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย เมื่อหงหลิงพบจางเจินที่หน้าโรงเรียนก็รู้สึกดีใจ จางเจินได้ยินว่า “หลัวอวี้จู้” บุตรชายของผู้เฒ่าคนหนึ่งซึ่งอยู่ในโรงเรียนของอาจารย์เหยียน ยอมรับสารภาพความผิดที่ตนไม่ได้ก่อและกำลังจะถูกประหารในไม่ช้าเลยคิดหาทางช่วยเหลือ อาจารย์เหยียนไม่เชื่อว่าจางเจินจะทำได้เพราะคดีดังกล่าวถูกตัดสินไปแล้ว แต่หงหลิงเชื่อมั่นในตัวจางเจินจึงท้าให้อาจารย์เหยียนยอมรับจางเจินเป็นศิษย์หากจางเจินคืนความเป็นธรรมให้หลัวอวี้จู้ได้

จางเจินและจั่นฟงช่วยกันสืบหาความจริงในคดีของหลัวอวี้จู้โดยมีถังซินกับหงหลิงเป็นผู้ช่วย เมื่อเปาบุ้นจิ้นกลับมาเมืองหลวง (หลังจากไปนาน) และได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคดีดังกล่าวก็พบว่ามีพิรุธจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง พอรู้ว่าจางเจินกับเพื่อนๆ กำลังไขคดีดังกล่าวจึงวางมือและสั่งให้จั่นเจาคอยคุ้มกันจางเจินอย่างลับๆ ในที่สุดจางเจินกับจั่นฟงก็จับคนร้ายตัวจริงได้ เปาบุ้นจิ้นประทับใจในความสามารถของจางเจินกับเพื่อนๆ จึงเรียกมาพบเป็นการส่วนตัว มีเพียงจั่นฟงที่ไม่ต้องการเผยตัวเลยไม่ยอมมาพบเปาบุ้นจิ้น  จางเจินขอให้เปาบุ้นจิ้นช่วยสืบหาฆาตกรและผู้บงการที่สังหารของพ่อตน ทำให้รู้ว่าพ่อของตนเคยเป็นผู้ตรวจการทั้งยังเคยร่วมงานกับเปาบุ้นจิ้น เมื่อเปาบุ้นจิ้นรู้ว่าจางเจินเป็นลูกชายของจางเหวินเสียงก็บอกให้จางเจินวางมือจากการสืบหาคนร้ายแล้วตั้งใจศึกษาหาความรู้ โดยรับปากว่าตนจะเป็นคนคลี่คลายคดีให้เอง

วันรุ่งขึ้นเปาบุ้นจิ้นพาจางเจินไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อรายงานความดีความชอบ พอรู้ว่าจางเจินเป็นลูกชายอดีตขุนนางใหญ่ ทั้งยังชาญฉลาดและเป็นบัณฑิตใฝ่รู้ ฮ่องเต้ก็หวังว่าคนดีมีความสามารถอย่างจางเจินจะเข้าสอบขุนนางและได้เป็นจอหงวนเลยฝากฝังเปาบุ้นจิ้นให้ช่วยสั่งสอนอบรมจางเจิน เสนาบดีจินได้ยินดังนั้นจึงอาสาดูแลจางเจินเอง โดยอ้างว่าจางเจินเป็นคู่หมั้นของลูกสาวตน แถมน้องสาวตนยังเป็นแม่เลี้ยงของจางเจินอีกด้วย ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นจึงมอบหมายให้เสนาบดีจินเป็นผู้ดูแลจางเจิน

เมื่อเสนาบดีจินกลับจวนก็ตำหนิจินฮูหยินที่พูดจาดูถูกดูแคลนและขับไล่รั่วหลานกับจางเจิน เพราะตอนนี้จางเจินกลายเป็นคนโปรดของฮ่องเต้แล้ว จินฮูหยินอยากให้ลูกสาวตนเป็นพระชายาจึงร่ำไห้ขอร้องเสนาบดีจินว่าอย่าจับลูกสาวแต่งงานกับจางเจิน เสนาบดีจินรับปากว่าจะคิดหาวิธีแต่ตอนนี้ต้องดูแลและทำดีกับจางเจินก่อน เสนาบดีจินและจินฮูหยินเชิญรั่วหลานกับจางเจินมาที่บ้านเพื่อขอโทษ และบอกให้รั่วหลานกับจางเจินย้ายมาอยู่กับตน รั่วหลานปฏิเสธเพราะเห็นว่าตนเป็นคนของสกุลจางแล้ว จางเจินเองก็ปฏิเสธเช่นกันแต่เสนาบดีจินอ้างว่าตนเคยรับปากเหวินเสียงเอาไว้ว่าจะดูแลจางเจิน จินฮูหยินอ้างว่าชายหญิงไม่ควรอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เสนาบดีจินจึงให้จางเจินเข้าพักที่เรือนริมน้ำติดกับจวนของตน (ซึ่งพ่อของเขาเคยอยู่เมื่อนานมาแล้ว) โดยมอบหมายให้พ่อบ้าน (ที่เป็นหนึ่งในนักฆ่า) คอย (จับตา) ดูแลจางเจิน

หงหลิงถือไม้กวาดมาหาจางเจินที่บ้านริมน้ำเพื่อเตือนให้ไปพบอาจารย์เหยียนในวันรุ่งขึ้น จางเจินจึงบอกว่าพรุ่งนี้เสนาบดีจินจะพาตนไปฝากฝังกับอาจารย์เหยียนด้วยตนเอง หงหลิงพยายามยุให้จางเจินแต่งงานกับมู่ตัน (โบตั๋น) เร็วๆ แต่จางเจินแย้งว่าตนมาเมืองหลวงเพื่อสืบหาคนร้ายที่ฆ่าพ่อ ที่สำคัญตนต้องสอบขุนนางให้ได้ก่อนสกุลจินจึงจะยอมยกลูกสาวให้ พอรู้ว่าทางการจะเปิดสอบขุนนางปีหน้าหงหลิงก็รู้สึกร้อนใจ เสนาบดีจินไม่อยากให้อาจารย์เหยียนรับจางเจินเป็นศิษย์จึงแกล้งจับจางเจินแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหราราคาแพง ทั้งยังจัดขบวนเกี้ยวพร้อมผู้ติดตามไปส่งที่โรงเรียนอย่างเอิกเกริก เพราะรู้ว่าอาจารย์เหยียนเป็นคนสมถะ เรียบง่าย และไม่ชอบคนโอ้อวด หงหลิงเห็นดังนั้นก็รู้สึกตกใจและพยายามช่วยแก้ไขสถานการณ์แต่ก็ไม่เป็นผล มิหนำซ้ำเสนาบดีจินยังเอาฮ่องเต้มากล่าวอ้างทั้งที่รับปากกับจางเจินแล้วว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่สุดท้ายจางเจินก็แสดงให้เห็นถึงความฉลาด จริงใจ ใฝ่รู้ และอ่อนน้อมถ่อมตน อาจารย์เหยียนจึงยอมให้จางเจินมาเรียนหนังสือกับตนในวันรุ่งขึ้น

เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามชมได้ใน “ตำนานรักมัจฉาสวรรค์ (Mermaid Legend)” ทางช่อง 7 สี

* เนื้อหาโดย luvasianseries
(Visited 1787 times, 24 visits today)

You might be interested in