🎮 MINI GAME · LIVE

TICK WARS v2 — Bull vs Bear

ทดสอบ Order Flow & Wyckoff ด้วย Tick Data ตลาดหุ้นไทยจริง

247 คนกำลังเล่นอยู่ตอนนี้
🎮 ลองเล่นเลย
รอบใหม่เริ่มใน 10:00
ฟรี · ไม่ต้องสมัคร

ฝืนลิขิตฟ้าข้าขอเป็นเซียน (Xian Ni) ตอนที่ 86: แทรกซึมสำนักมาร

เรื่องสั้น ฝืนลิขิตฟ้าข้าขอเป็นเซียน (Xian Ni) ตอนที่ 86: แทรกซึมสำนักมาร

บทนำ

ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของสำนักหลอมวิญญาณ เสียงตะโกนก้องประกาศิตดังขึ้น “ล้อมสำนักนอกไว้ทั้งหมด! ห้ามผู้ใดออกไปเด็ดขาด! ผู้ฝ่าฝืน ฆ่าสถานเดียว!” คำสั่งเฉียบขาดสะท้อนถึงความวุ่นวายที่เพิ่งเกิดขึ้น หวังหลิน ซึ่งบัดนี้อยู่ในนาม “ชิงมู่” หรือ “หวังเจิ้น” แฝงตัวอยู่ท่ามกลางศิษย์นอกสำนัก แม้เพิ่งฟื้นคืนพลังสู่ระดับหยวนอิงขั้นกลาง แต่คำสาปสวรรค์ยังคงเป็นหนามยอกอก เขาจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น และวิชาลับของสำนักหลอมวิญญาณคือเป้าหมายสำคัญ

เนื้อเรื่อง

การตรวจสอบศิษย์นอกดำเนินไปอย่างเข้มงวด ศิษย์หลายคนที่มีความลับซ่อนเร้นพยายามหลบหนี แต่ก็ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ชิงมู่ยืนต่อแถวอย่างสงบ “ไม่ใช่ฝีมือเขา แล้วทำไมเขาต้องหนี?” เสียงซุบซิบดังขึ้น แต่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงพลังที่แท้จริงของชายหนุ่มผู้นี้ ด้วยความลึกล้ำของขอบเขตพลังที่เหนือกว่าผู้ตรวจสอบระดับหยวนอิงขั้นต้น ทำให้เขาสามารถผ่านการตรวจสอบไปได้อย่างง่ายดาย “เจ้า! เป็นไปได้ยังไง! เร็วเข้า! คนต่อไป!” เสียงตะคอกของผู้ตรวจสอบยิ่งตอกย้ำความสำเร็จในการปิดบังตัวตนของเขา

ขณะที่ชิงมู่กำลังครุ่นคิดถึงวิชา ‘หุ่นเชิดวิญญาณ’ อันลึกลับ หญิงสาวนางหนึ่งก็เข้ามาทักทาย “ศิษย์พี่ ท่านยังจำข้าได้หรือไม่? ข้าชื่อหลิ่วเหมย ศิษย์ของจูเชว่จื่อ” หวังหลินจดจำนางได้ เด็กสาวจากสำนักเหิงเยว่เมื่อหลายปีก่อน บัดนี้กลายเป็นศิษย์สำนักหลอมวิญญาณ “เวลาหลายร้อยปี ไม่เพียงพอที่จะทำให้เจ้ากลายเป็นศิษย์ของแคว้นจูเชว่อย่างเงียบๆ ได้ เว้นแต่ว่า…เจ้าจะเป็นอยู่แล้วตั้งแต่แรก!” หวังหลินเอ่ยทักทายอย่างมีนัยยะ หลิ่วเหมยรีบเข้าประเด็น “ศิษย์พี่หวัง ข้าไม่ปิดบังท่าน หลิ่วเหมยเข้าหาท่านหลายครั้ง เพียงเพื่อเตือนท่านเรื่องกำไลข้อมือของท่าน ข้าเคยเห็นมันบนตัวของหงเตี๋ย นางคนนี้มีปริศนามากมาย ที่มาไม่ชัดเจน ต้องมีเจตนาร้ายแอบแฝงแน่ ข้าขอตัวลา” คำเตือนของหลิ่วเหมยสร้างความประหลาดใจให้หวังหลิน แต่เขาก็เก็บงำความสงสัยไว้ในใจ

ไม่นาน การประลองใหญ่เพื่อคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักในก็เริ่มขึ้น สังเวียนเต็มไปด้วยการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่าน “ยอมแพ้ก็ต้องตาย!” เสียงโห่ร้องดังระงม ศิษย์นอกสำนักต่างเข่นฆ่ากันอย่างบ้าคลั่ง หวังหลินตระหนักถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการประลอง “ที่แท้…เป้าหมายของการประลองใหญ่ คือการรวบรวมดวงวิญญาณให้สำนักนี่เอง! ไม่นึกเลยว่าวิธีการของสำนักหลอมวิญญาณจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!”

ในรอบชิงชนะเลิศ ชิงมู่ต้องเผชิญหน้ากับศิษย์ผู้ใช้วิชาสาปสังหารอันร้ายกาจ “ผู้บำเพ็ญระดับเดียวกัน เมื่อเจอวิชาสาปสังหาร มีแต่ต้องตายเท่านั้น!” คู่ต่อสู้ประกาศกร้าว แต่หวังหลินเพียงยิ้มเยาะ “วิชาเทวะระดับต่ำเช่นนี้ เป็นเพียงการเลียนแบบขอบเขตพลังเท่านั้น” ด้วยระดับพลังที่แท้จริงซึ่งสูงกว่า เขาจึงทำลายวิชาสาปสังหารได้อย่างง่ายดาย และคว้าชัยชนะมาครอง “เป็นไปไม่ได้! เจ้า…เจ้าเป็นใครกันแน่?!” คู่ต่อสู้ร้องลั่นก่อนสิ้นใจ

ชิงมู่ได้เข้าเฝ้าผู้อาวุโสใหญ่ และอธิบายว่าตนซ่อนระดับพลังที่แท้จริงไว้ (ระดับสร้างแก่นแท้ขั้นปลายสุดยอด) จึงเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แม้ผู้อาวุโสจะเสียดายพรสวรรค์ของศิษย์ที่ตายไป แต่ก็ยอมรับในตัวชิงมู่ “เรื่องของเขา ให้เจ้าจัดการแล้วกัน” ผู้อาวุโสกล่าวกับศิษย์พี่หวังจั๋ว

หวังจั๋วพาวังหลิน (ชิงมู่) เข้าสู่เขตสำนักใน ซึ่งประกอบด้วยยอดเขาสามลูก: หลอมวิญญาณ, ถอดวิญญาณ, และผนึกวิญญาณ พลังปราณที่นี่เข้มข้นกว่าภายนอกมาก หวังจั๋วอธิบายถึงวิชาหุ่นเชิดวิญญาณ “ระดับของหุ่นเชิดวิญญาณ จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนดวงวิญญาณ…หากต้องการหลอมหุ่นเชิดพันวิญญาณ จะต้องมี ‘วิญญาณหลัก’ และพลังของวิญญาณหลัก ต้องเหนือกว่าพลังของวิญญาณทั้งหมดรวมกัน” เขายังเล่าถึงประวัติของสำนัก รวมถึงเรื่องที่ปรมาจารย์ระดับเปลี่ยนเทพท่านหนึ่ง (โจวอี้) ถูก ‘เจิงหนิว’ สังหารไปเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งหวังหลินฟังเงียบๆ อย่างขบขันในใจ เพราะเจิงหนิวก็คืออีกนามแฝงหนึ่งของเขานั่นเอง! เขายังได้รู้ว่าสำนักมีปรมาจารย์ระดับเปลี่ยนทารกถึงสองท่าน หนึ่งในนั้นคือปรมาจารย์ตุ้นเทียนผู้ครอบครองหุ่นเชิดสิบล้านวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัว

เมื่อไปถึงหอคัมภีร์บนยอดเขาหลอมวิญญาณ หวังหลินกลับพบว่าตำราหยกเกี่ยวกับวิธีสร้างหุ่นเชิดวิญญาณไม่ได้อยู่ที่นี่ “ไอ้ของพรรค์นั้น… ที่นี่ไม่มี! ถ้าเจ้าอยากได้ ก็ใช้ความสามารถไปแย่งมาสิ! แย่งมาได้ก็เป็นของเจ้าแล้ว! ใช้กำลังเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ นี่แหละคือกฎของสำนักหลอมวิญญาณ!” ผู้เฒ่าดูแลหอคัมภีร์กล่าวอย่างเกรี้ยวกราด หวังหลินไม่รอช้า ลงมือทันที “เฮ้ย! เจ้าหนู! เจ้าเป็นคนที่ห้าในรอบพันปีนี้ที่กล้าลงมือกับข้า!” แต่ผู้เฒ่าก็พ่ายแพ้ในที่สุด “อย่าจับ! ท่านปู่! สำนักในของเราสองคนยังมีกฎอีกข้อ! กฎคือ…เอาของไป! ยอมแพ้แล้วห้ามฆ่า!” ผู้เฒ่าร้องลั่น หวังหลินจึงได้ข้อมูลว่าตำราหยกอยู่ที่ศิษย์คนอื่น

เขาบุกไปยังถ้ำพำนักของศิษย์คนนั้น “รังแกถึงถ้ำข้า! หาที่ตาย!” ศิษย์คนนั้นต่อสู้ แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังของหวังหลินได้ “ยอมแพ้! ข้ายอมแพ้! ถ้ำพำนัก! ตำราหยก! หุ่นเชิดวิญญาณ! ทั้งหมดเป็นของท่าน! ในถ้ำข้ายังมีนางบำเรอร่วมบำเพ็ญอีกสองคน ก็ยกให้ท่าน! เฮ้! กฎ…ท่านฆ่าข้าไม่ได้นะ!” หวังหลินยึดตำราหยกมาได้ แต่ก็พบว่า “ข้างในนี้คือวิชาหุ่นเชิดวิญญาณจริงๆ เพียงแต่…ดูเหมือนจะไม่สมบูรณ์”

ขณะนั้นเอง ศิษย์น้องหญิงสวี่อวิ๋นก็ปรากฏตัว “ศิษย์พี่คงจะเป็นชิงมู่สินะ? วิชาหุ่นเชิดวิญญาณมีข้อบกพร่อง เป็นเพราะวิธีการสร้างหุ่นเชิดวิญญาณมีทั้งหมดสามส่วน เหมือนกับชื่อของยอดเขาทั้งสาม คือ หลอมวิญญาณ, ถอดวิญญาณ และผนึกวิญญาณ สามวิชารวมเป็นหนึ่ง จึงจะเป็นวิชาหุ่นเชิดวิญญาณที่แท้จริง”

หวังหลินเข้าใจในที่สุด เขาต้องรวบรวมตำราหยกจากทั้งสามยอดเขาให้ครบ หลังจากหาสถานที่เปิดถ้ำพำนักและดูดซับพลังปราณจากสายพลังหลัก เขาก็พบ ‘กระบี่วิญญาณชั้นเลิศ’ โดยบังเอิญ “หลอมรวมเพียงหนึ่งวิญญาณ ก็เหนือกว่ากระบี่เล่มนี้ของข้าแล้ว พลังของมันเหนือกว่ากระบี่ทั่วไปหลายเท่า! หากใช้กระบี่วิญญาณเล่มนี้ ย่อมมั่นใจได้มากขึ้น!” ด้วยอาวุธใหม่และความรู้ที่ได้มาบางส่วน หวังหลินมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้วิชาหุ่นเชิดวิญญาณให้สำเร็จ แม้จะรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตราย “เจ้า…เหตุใดจึงมีพลังวิญญาณได้?! ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย แต่สถานการณ์ตอนนี้บีบบังคับ คงต้องลองเสี่ยงดูแล้ว!”

สรุป

หวังหลินสามารถแทรกซึมเข้าสู่สำนักในของสำนักหลอมวิญญาณได้สำเร็จภายใต้นามแฝง เขาได้เรียนรู้กฎอันโหดเหี้ยมของสำนักที่เน้นการใช้กำลังและความแข็งแกร่งเป็นหลัก เขาได้เผชิญหน้ากับศิษย์พี่ศิษย์น้องและได้รับรู้ถึงความลับบางส่วนของวิชาหุ่นเชิดวิญญาณที่ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน แม้จะเต็มไปด้วยอันตรายและความท้าทาย แต่หวังหลินก็พร้อมที่จะเสี่ยงเพื่อเป้าหมายในการแข็งแกร่งขึ้นและทำลายคำสาปสวรรค์

ตัวละครเด่น

  • หวังหลิน (ชิงมู่/หวังเจิ้น): ตัวเอกผู้แฝงตัวเข้าสำนักหลอมวิญญาณ มีไหวพริบ ซ่อนพลังที่แท้จริง และปรับตัวเก่ง
  • หลิ่วเหมย: ศิษย์น้องจากอดีตที่ปรากฏตัวพร้อมคำเตือนลึกลับ
  • หวังจั๋ว: ศิษย์พี่ที่นำทางหวังหลินเข้าสำนักในและให้ข้อมูลเบื้องต้น
  • สวี่อวิ๋น: ศิษย์น้องหญิงที่เปิดเผยความลับว่าวิชาหุ่นเชิดวิญญาณถูกแบ่งเป็นสามส่วน
  • ผู้เฒ่าดูแลหอคัมภีร์: ตัวละครที่แสดงให้เห็นถึงกฎไร้ระเบียบของสำนักใน

ข้อคิดและแนวทางการแก้ปัญหา

เรื่องราวในตอนนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเอาตัวรอดในโลกที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี หวังหลินไม่ได้พึ่งพาเพียงพลัง แต่ยังใช้สติปัญญา ไหวพริบ การสังเกต และความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เขาเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์อันป่าเถื่อนของสำนักหลอมวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าในบางครั้ง การบรรลุเป้าหมายอาจต้องใช้วิธีการที่ดูเหมือนไร้ศีลธรรม แต่จำเป็นต่อการอยู่รอดและก้าวไปข้างหน้า

สปอยล์เนื้อหาสำคัญ

หวังหลินประสบความสำเร็จในการแทรกซึมเข้าสู่สำนักในของสำนักหลอมวิญญาณ เขาได้เรียนรู้พื้นฐานของวิชาหุ่นเชิดวิญญาณ (Soul Banner) แต่ก็ตระหนักว่าวิชาที่ได้มานั้นไม่สมบูรณ์ และต้องรวบรวมชิ้นส่วนจากยอดเขาทั้งสาม (หลอมวิญญาณ, ถอดวิญญาณ, ผนึกวิญญาณ) จึงจะสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ เขายังได้รู้ว่าผู้อาวุโสในสำนักยังไม่ทราบว่าเขาคือ “เจิงหนิว” บุคคลลึกลับที่เคยสังหารปรมาจารย์ระดับเปลี่ยนเทพของพวกเขาไปคนหนึ่ง ซึ่งเป็นความลับที่อาจนำภัยมาสู่ตัวเขาได้ในอนาคต

คีย์เวิร์ด: ฝืนลิขิตฟ้าข้าขอเป็นเซียน, Xian Ni, Renegade Immortal, หวังหลิน, ชิงมู่, หวังเจิ้น, สำนักหลอมวิญญาณ, หุ่นเชิดวิญญาณ, การประลองใหญ่, วิชาสาปสังหาร, ระดับพลัง, หยวนอิง, สร้างแก่นแท้, เปลี่ยนเทพ, เปลี่ยนทารก, ตำราหยก, กระบี่วิญญาณ, หลิ่วเหมย, สวี่อวิ๋น, ปรมาจารย์ตุ้นเทียน, เจิงหนิว

You Might Be Interested In